ทำไมธุรกิจจึงต้องจัดกิจกรรมเพื่อการกุศลและสังคมบ้าง

Posted by admin on September 11th, 2014 — Posted in อินเตอร์เน็ต

อย่างไรก็ตามมนุษย์ก็ยังคงจะดำเนินการต่อไปด้วยความมั่นคงทางจิตใจ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องราวในการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการทำธุรกิจ การทำสิ่งต่าง ๆ และทุก ๆ อย่่างในที่นี้นั้น จะรวมกันอยู่เรื่องเดียวก็คือเรื่องของ “สังคม” นั่นเอง และหากธุรกิจไม่ได้ทำการคิดถึงการทำอะไรเพื่อสังคมเลย ก็อาจจะเป็นการฆ่าตัวเองให้ตายในสมรภูมิการตลาดเลยก็ยังว่าได้นั่นเองครับ

ทำไมธุรกิจจึงต้องจัดกิจกรรมเพื่อการกุศลและสังคมบ้าง

สำหรับกิจกรรมเพื่อการกุศลนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากมองผิวเผินเราอาจจะเสียซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียกว่ากำลังทรัพย์ ในการจัดทำ ฟื้่นฟู และช่วยเหลือสังคมไม่ว่าจะด้านต่าง ๆ อาจจะเป็นการร่วมกิจกรรมก็ยังว่าได้ เพราะโดยแท้แล้วสิ่งเหล่านี้นี่เองคือความจริงของชีวิตของเรานั่นเองครับ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนยังมองไม่ออกระหว่างสิ่งที่เสียไป และสิ่งที่ได้มานั้น เป็นอย่างไรกันบ้าง ก็แนะนำให้ลองมองดูดี ๆ ครับ

สิ่งที่เราเสียไปในการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลเหล่านี้อาจจะเป็นในรูปแบบ ของกำลังเงินก็จริง ๆแต่จริง ๆ แล้วนั้น เราสามารถใช้แบรนด์สินค้า ตราสินค้าต่าง ๆ ของเรานั้น สร้างให้เป็นที่จดจำของผู้คนได้อย่างซาบซึ้งและมากมายอย่่างแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่าการที่ลูกค้าได้จำจำชื่อแบรนด์ธุรกิจของเราแล้ว โอกาสในการกลับมาซื้อสินค้าจากเรานั้น ก็ย่อมมีความเป็นไปได้ แม้อาจจะได้ช้า แต่ยังคงสามารถเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจในสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกทั้งกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคมนั้น ก็ช่วยสร้างภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดี

สำหรับตอนนี้นั้น เราก็อาจะสังเกตได้ว่า การกระทำในรูปแบบนี้ของธุรกิจมีจำนวนมากขึ้น อนึ่งก็เป็นเรื่องของการจรรโลงสังคมด้วย อีกทั้งยังสามารถช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ นั้น สามารก้าวไกล และมีความเจริญได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วยนั่นเองครับ ดังนั้นหากเพื่อน ๆ ทำธุรกิจ ก็อย่าลืมกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมสังคมกันด้วยนะครับ

การประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดให้ประชาชนมีส่วนร่วมสนับสนุนในกิจกรรมองค์การสาธารณกุศล

Posted by admin on September 10th, 2014 — Posted in อินเตอร์เน็ต

ในปัจจุบันจำนวนประชากรได้เพิ่มมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจ และสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนในเรื่องต่างๆได้เพิ่มมากขึ้น เช่น คนยากจน คนอนาถา คนพิการ คนว่างงาน ปัญหาสังคมจึงเพิ่มมากขึ้น และมีความรุนแรงยิ่งขึ้น เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาครอบครัว ปัญหาความเสื่อมโทรมทางด้านศีลธรรม และจิตใจ ลำพังรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐแต่ฝ่ายเดียวย่อมไม่สามารถที่จะให้การ สงเคราะห์ และสวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง ส่วนการแก้ไขปัญหาสังคมต่างๆให้บรรเทาลง และพัฒนาสังคมให้ไปสู่ความเจริญมั่นคงตามเป้าหมายที่ต้องการนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์การเอกชนโดยเฉพาะสมาคม และมูลนิธิ

หน่วยงานที่ดำเนินการโดยมิได้แสวงหากำไร

แต่เป็นหน่วยงานที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคม เป็นองค์การที่ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล จึงต้องอาศัยเงินบริจาคจากประชาชน องค์การทางธุรกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆ ในสังคม ดังนั้นองค์การสาธารณกุศลเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์เพื่อดึง ดูดให้ประชาชนมีความสนใจและมีส่วนร่วมสนับสนุนในกิจกรรมขององค์การ โดยองค์การสาธารณกุศลจะอยู่ในรูปแบบของ สมาคม มูลนิธิและองค์การสาธารณกุศล หรือสถาบันศาสนาต่างๆ และต้องอาศัยการสนับสนุนทางการเงินจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเพื่อความอยู่ รอดขององค์การ โดยองค์การเหล่านี้จะมีเป้าหมายและบริการแก่สังคมที่แตกต่างกันไป

การสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหา ความทุกข์ยากเดือดร้อน เช่น การสงเคราะห์ครอบครัวที่ยากจน ผู้ประสบสาธารณภัย คนพิการ ผู้เป็นหนี้สิน ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเดือดร้อนทางกฎหมาย โดยมีหลักการให้ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน สามารถช่วยเหลือ และพึ่งตนเองได้ในที่สุด ในการให้การสงเคราะห์จะต้องคำนึงถึงจิตใจของผู้รับการสงเคราะห์ด้วย

การรณรงค์หาทุนขององค์การสาธารณกุศล

– ชี้แจงสาเหตุ ความจำเป็น และวัตถุประสงค์ในการหาทุนให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและให้การสนับสนุนจากประชาชน
– ต้องมีการศึกษาข้อมูลและวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ และกระทำการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
– เริ่มต้นจากเรื่องกว้างไปสู่เรื่องเฉพาะ เพื่อเป็นการนำไปสู่เรื่องราวที่ต้องการสื่อได้ดี
– ใช้เครื่องมือหรือสื่อในการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม สามารถสื่อสารไปสู่สาธารณชนให้รับรู้และเข้าใจ
– ใช้เหตุผลและการกระตุ้นอารมณ์เพื่อให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมในเรื่องราวที่สื่อสาร
– มีการประเมินผลการประชาสัมพันธ์เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงาน

กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลทางเลือกเพื่อสังคม

Posted by admin on September 9th, 2014 — Posted in อินเตอร์เน็ต

ในภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจและสังคมที่ทั่วโลกและประเทศไทยกำลังประสบอยู่ใน ขณะนี้ ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบในสังคมได้เพิ่มมากขึ้น ในโลกธุรกิจเองการที่เราจะทำธุรกิจโดยมุ่งหวังแต่กำไรเพียงอย่างเดียวก็ดู เหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับมุมมองของลูกค้าและผู้คนในสังคมไปแล้ว ในปัจจุบันความคาดหวังต่อองค์กรคือ นอกเหนือจากจะผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อหวังผลตอบแทนเป็นกำไรแล้ว องค์กรนั้นจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Corporate social responsibility หรือ CSR) ด้วยเช่นกัน และหลายองค์กรโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกก็เริ่มตื่น ตัวกับการมีส่วนร่วมในการทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมมาได้สักพัก

แนวทางกลยุทธ์ในการทำ CSR นั้นมีหลากหลายรูปแบบวิธีการ แต่กลยุทธ์ที่น่าสนใจซึ่งจะนำเสนอเป็นหัวข้อหลัก ซึ่งช่วยให้ทั้งสังคมได้รับประโยชน์ และองค์กรก็ได้รับผลกำไรไปด้วย ก็คือกลยุทธ์การทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศล

กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลที่ดีต้องพิจารณาถึงการ เลือกปัญหาสังคมที่จะให้การสนับสนุน ควรเป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และเป็นองค์กรการกุศลที่มีผลงานการช่วยเหลือสังคมหรือเป็นตัวแทนของปัญหา สังคมนั้นๆ

กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลที่ดีต้องพิจารณาถึงการเลือกปัญหาสังคมที่จะให้ การสนับสนุน ควรเป็นปัญหาที่อยู่ในความสนใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และเป็นองค์กรการกุศลที่มีผลงานการช่วยเหลือสังคมหรือเป็นตัวแทนของปัญหา สังคมนั้นๆ ทั้งนี้ ปัญหาสังคมควรมีความสอดคล้องกับตราสินค้า ลักษณะของผลิตภัณฑ์ หรือภาพลักษณ์ขององค์กร ซึ่งอาจต้องทำการสำรวจความเห็นของผู้บริโภคประกอบการวางแผนกิจกรรมฯ

นอกจากนั้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมฯ ต้องสื่อถึงความสำคัญของปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ และสื่อว่าลูกค้าจะสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือได้อย่างไร และสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจจริงขององค์กรธุรกิจในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการ แก้ไขปัญหาสังคมนั้นๆ อย่างแท้จริง กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลควรกำหนดรูปแบบ แนวทางการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายให้มีความชัดเจน ไม่ควรให้มีสัดส่วนที่น้อยเกินไปในความรู้สึกของผู้บริโภค และมีระยะเวลาที่แน่นอน ในระหว่างการดำเนินกิจกรรมฯ ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้ทราบความคืบหน้าของเงินสมทบทุนเป็น ระยะจนสิ้นสุดตามเป้าหมายของกิจกรรม

ที่สำคัญที่สุด องค์กรธุรกิจควรดำเนินกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลด้วยความซื่อสัตย์ มีจริยธรรมทางธุรกิจ โปร่งใส ไม่หลอกลวงผู้บริโภค ให้ความช่วยเหลือปัญหาสังคมนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่นำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด และมีภาพลักษณ์การเป็นองค์กรที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

กิจกรรมการตลาดอิงการกุศลยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภคไทย องค์กรธุรกิจควรแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและต้องการให้ความช่วยเหลือ สังคมอย่างแท้จริงมากกว่าใช้การทำกิจกรรมการตลาดอิงการกุศลเป็นเครื่องมือ การส่งเสริมการตลาดที่มุ่งเน้นสร้างยอดขาย เพื่อการเติบโตขององค์กรและเพื่อการแก้ปัญหาสังคมได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

พ่อแม่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมให้ลูกรู้เท่าทันเทคโนโลยีได้อย่างไร

Posted by admin on September 8th, 2014 — Posted in อินเตอร์เน็ต

พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกอยู่เหนือเทคโนโลยี ไม่ตกเป็นทาส ไม่หลงงมงาย แต่ใช้เทคโนโลยีเป็น ก่อให้เกิดสุขภาพกายที่แข็งแรง มีความสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัว มีความสุขง่ายทุกข์ยาก และสามารถเลือกรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ดังนี้

เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อลูก พ่อแม่ควรทำความเข้าใจที่ถูกต้องกับลูกในเรื่องเทคโนโลยีว่า เป็นปัจจัยหรือเครื่องช่วยในการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เครื่องบำรุงบำเรอความสะดวกสบาย และทำหน้าที่จัดสรรข้อมูลข่าวสารที่ดีที่สุดให้กับลูก ฝึกให้ลูกรู้จักศึกษาเพื่อรับเอาประโยชน์จากข่าวสารข้อมูลนั้น

สร้างความใฝ่รู้ ทำให้ลูกมีวัฒนธรรมแห่งความใฝ่รู้ รักความจริง ชอบเหตุผล นิยมปัญญา ชอบค้นคว้า แสวงหาสืบสาว ตรวจสอบ ทดลอง ถือว่าสิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่จะต้องรู้ และต้องทำให้ตรงตามเหตุปัจจัยนั้น พร้อมทั้งพัฒนาลูกไปสู่อิสรภาพ ให้มีวัฒนธรรมแห่งความพอดีหรือมีดุลยภาพ ไม่เบียดเบียนและทำลายธรรมชาติ

สร้างความสู้สิ่งยาก มีความเพียรพยายามในการกระทำการต่างๆ ให้สำเร็จ ฝึกให้ลูกมีความขยันหมั่นเพียร เข้มแข็ง อดทนต่อความยากลำบาก สู้งาน สู้สิ่งยาก สร้างทัศนคติที่ดีให้กับลูกว่ายิ่งยากยิ่งได้ฝึกตนมาก งานที่ยาก ปัญหาที่ยาก ยิ่งเป็นเครื่องพัฒนาความสามารถของเราได้มากยิ่งขึ้น คนที่จะเก่งกล้าสามารถ จะต้องใช้สติปัญญาอย่างมากในการแก้ไขปัญหา ลูกจะอยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น

ใช้ปัญญาอย่างเต็มที่ในการสร้างสรรค์ สังคมไทยควรเป็นสังคมของผู้ผลิตเทคโนโลยีให้มากขึ้นและเป็นสังคมของผู้ บริโภคเทคโนโลยีให้น้อยลง โดยเฉพาะเด็กไทยจะต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและสร้างสรรค์ หาความสุขจากการใช้เทคโนโลยีด้วยการสร้างสรรค์มากกว่าจะหาความสุขจากการเสพ เทคโนโลยี พ่อแม่ควรมีความชัดเจนกับลูก สอนให้ลูก รู้จักเลือก รู้จักรับข่าวสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ความรู้ และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต สอนให้ลูกรู้จักสื่อสารเป็น แสดงความต้องการให้ผู้อื่นเข้าใจได้ สามารถเอาความรู้ข้อมูลข่าวสารนั้นมาเชื่อมโยง สร้างความคิดเห็นใหม่ เพื่อใช้แก้ปัญหาและสร้างสรรค์ให้พัฒนาต่อไปได้อย่างถูกทาง