ทีมหญิงไทยปะทะออลสตาร์ ช่อง 3 นัดพิเศษเพื่อการกุศล

Posted by admin on July 27th, 2015 — Posted in อินเตอร์เน็ต

  Tags: , ,

1110668ฟุตบอลนัดพิเศษทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดสร้างประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกหญิง2015ลงสนามพบกับทีมรวมดาราออลสาตร์ช่อง3 การแข่งขันจัดขึ้นที่สนามฟุตบอลแพทสเตเดี่ยม รายได้ทั้งหมดมอบให้มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิเมอร์ซี่ ซึ่งทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชนะในเวลาและการยิงลูกโทษ ทีมรวมดาราออลสตาร์ช่อง 3 ไป 5-3 เมื่อ 16 ก.ค. ที่ผ่านมาทางช่อง 3 ให้เกียรติกับทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันนัดพิเศษครั้งนี้ เพราะนอกจากทางช่อง 3 จะให้การสนับสนุนในการนำเสนอข่าวสารความเคลื่อนไหวของทีมให้ประชาชนชาวไทยได้รับอย่างสม่ำเสมอแล้ว เมื่อการแข่งขันครั้งสำคัญ รายการฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา ก็จัดถ่ายทอดสดทุกนัด

นับเป็นขวัญกำลังใจให้กับน้องๆนักกีฬาในการลงสนามแข่งขันแต่ละครั้ง การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่าง ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย กับ ทีมออลสตาร์ ช่อง 3 ด้านมาดามแป้ง แห่ง บมจ.เมืองไทยประกันภัย มอบเงินช่วยเหลือองค์กรการกุศล ทั้ง มูลนิธิเมอร์ซี่ และ มูลนิธิดวงประทีบ เป็นเงิน 100,000 บาท บวกค่าบัตรผ่านประตูและช่อง 3 สมทบอีก 100,000 บาท รวมทั้งสิ้น 200,000 บาท จึงนับเป็นการคืนความสุขให้กับแฟนบอล ที่ติดตามส่งแรงเชียร์แรงใจให้นักฟุตบอลหญิงด้วยดีเสมอมา อีกทั้งยังได้ร่วมทำบุญ โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันของทุกๆท่าน จะมอบให้กับมูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิศูนย์เมอร์ซี่ ทั้งสองมูลนิธิต่างก็เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ให้การดูแลเด็กและเยาวชนในพื้นที่เขตคลองเตย

การจัดการแข่งขันครั้งนี้นับเป็นเจตนารมณ์อันดีที่อยากร่วมสนับสนุนทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา โดยทำผลงานทั้ง 3 นัดในรอบแรก เป็นที่ประทับใจแฟนบอลชาวไทย ทีมออลสตาร์ ช่อง 3 ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการมอบความสุขและขอบคุณทีมฟุตบอลหญิง ที่เดินทางไปทำหน้าที่แทนคนไทยอย่างสมศักดิ์ศรี โดยศิลปินดาราดังหลายท่าน ตบปากรับคำจะมาร่วมลงสนามอย่างแน่นอน อาทิ เต๋า-สมชาย กัปตันทีม, บอม-ธนิน, เกรซ-วรินทร, เป็ก เปรมณัช, กิก ดนัย, ปั้นจั่น ปรมะ, พฤกษ์ พีระนันท์ และอีกมากมายที่จะร่วมใจมาปะทะฝีเท้ากับซุปตาร์แข้งสาวไทย

ชนิดของกิจกรรมทางกุศล

Posted by admin on June 30th, 2015 — Posted in อินเตอร์เน็ต

  Tags:

1. การส่งเสริมการรับรู้ประเด็นปัญหาทางสังคม (Cause Promotion) เป็นการจัดหาเงินทุน วัสดุสิ่งของ หรือทรัพยากรอื่นขององค์กร เพื่อขยายการรับรู้และความห่วงใยต่อประเด็นปัญหาทางสังคมนั้น ตลอดจนสนับสนุนการระดมทุน การมีส่วนร่วม หรือการเฟ้นหาอาสาสมัครเพื่อการดังกล่าว องค์กรธุรกิจอาจริเริ่มและบริหารงานส่งเสริมนั้นด้วยตนเอง หรือร่วมมือกับองค์กรหนึ่งองค์กรใด หรือกับหลายๆ องค์กรก็ได้

2. การตลาดที่เกี่ยวโยงกับประเด็นทางสังคม (Cause-Related Marketing) เป็นการอุดหนุนหรือการบริจาครายได้ส่วนหนึ่งจากการขายผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือหรือร่วมแก้ไขประเด็นปัญหาทางสังคมจำเพาะหนึ่งๆ ซึ่งมักมีช่วงเวลาที่จำกัดแน่นอน หรือดำเนินการแบบจำเพาะผลิตภัณฑ์ หรือให้แก่การกุศลที่ระบุไว้เท่านั้น กิจกรรมซีเอสอาร์ชนิดนี้ องค์กรธุรกิจมักร่วมมือกับองค์กรที่ไม่มีวัตถุประสงค์หากำไรเพื่อสร้างสัมพันธภาพในประโยชน์ร่วมกัน ด้วยวิธีการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ เพื่อนำเงินรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมการกุศลนั้นๆ ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือการกุศลผ่านทางการซื้อผลิตภัณฑ์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติม

3. การตลาดเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาสังคม (Corporate Social Marketing) เป็นการสนับสนุนการพัฒนาหรือการทำให้เกิดผลจากการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในด้านสาธารณสุข ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านสุขภาวะ ความแตกต่างสำคัญระหว่างการตลาดเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาสังคมกับการส่งเสริมการรับรู้ประเด็นปัญหาทางสังคม คือ การตลาดเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาสังคมจะเน้นที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Behavior Change) เป็นหลัก ในขณะที่การส่งเสริมการรับรู้ประเด็นปัญหาทางสังคมจะเน้นที่การสร้างความตระหนัก (Awareness) ตลอดจนการสนับสนุนทรัพยากรด้านทุนและอาสาสมัครเพื่อให้รับรู้ถึงประเด็นปัญหาดังกล่าว

4. การบริจาคเพื่อการกุศล (Corporate Philanthropy) เป็นการช่วยเหลือไปที่ประเด็นปัญหาทางสังคมโดยตรง ในรูปของการบริจาคเงินหรือวัตถุสิ่งของ เป็นกิจกรรมซีเอสอาร์ที่พบเห็นในแทบทุกองค์กรธุรกิจ และโดยมากมักจะเป็นไปตามกระแสความต้องการจากภายนอกหรือมีผู้เสนอให้ทำ มากกว่าจะเกิดจากการวางแผนหรือออกแบบกิจกรรมจากภายในองค์กรเอง ทำให้ไม่เกิดการเชื่อมโยงเข้ากับเป้าหมายหรือพันธกิจขององค์กรเท่าใดนัก

5. การอาสาช่วยเหลือชุมชน (Community Volunteering) เป็นการสนับสนุนหรือจูงใจให้พนักงาน คู่ค้าร่วมสละเวลาและแรงงานในการทำงานให้แก่ชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่และเพื่อตอบสนองต่อประเด็นปัญหาทางสังคมที่องค์กรให้ความสนใจหรือห่วงใย องค์กรธุรกิจอาจเป็นผู้ดำเนินการเองโดยลำพัง หรือร่วมมือกับองค์กรหนึ่งองค์กรใด และอาจเป็นผู้กำหนดกิจกรรมอาสาดังกล่าวนั้นเอง หรือให้พนักงานเป็นผู้คัดเลือกกิจกรรมแล้วนำเสนอต่อองค์กรเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุน โดยที่พนักงานสามารถได้รับการชดเชยในรูปของวันหยุดหรือวันลาเพิ่มเติม

6. การประกอบธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม (Socially Responsible Business Practices) เป็นการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจอย่างพินิจพิเคราะห์ทั้งในเชิงป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม หรือในเชิงร่วมกันแก้ไขด้วยการช่วยเหลือเยียวยาปัญหาทางสังคมนั้นๆ ด้วยกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อการยกระดับสุขภาวะของชุมชนและการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยที่องค์กรธุรกิจสามารถที่จะดำเนินการเอง หรือเลือกที่จะร่วมมือกับพันธมิตรภายนอกก็ได้

7. การพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการตามกำลังซื้อของคนในระดับฐานราก (Developing and Delivering Affordable Products and Services) เป็นการใช้กระบวนการทางธุรกิจในการผลิตและจำหน่ายสินค้าและบริการสู่ตลาดที่เรียกว่า The Bottom of the Pyramid (BoP) ในราคาที่ไม่แพง เหมาะกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับฐานราก ให้สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมกันกับเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจในการเข้าถึงตลาดปริมาณมหาศาล

การจัดกิจกรรมการตลาดแบบการกุศล เป็นการตลาดที่น่าสนใจ

Posted by admin on September 20th, 2014 — Posted in อินเตอร์เน็ต

  Tags:


ข้อพึงระวังในการใช้การตลาดรูปแบบนี้คือ
หากจะใช้การตลาดแบบการกุศล ต้องเป็นการตลาดแห่งการให้ที่แท้จริง ไม่ใช่แฝงด้วยผลประโยชน์ เมื่อกำหนดที่จะแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนที่แน่นอนแล้ว ต้องทำตามนั้น อย่าหมกเม็ดเป็นอันขาด มิเช่นนั้นกิจกรรมนี้ จะวกมาทำร้ายองค์กรเอง อย่างให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเป็นการฉวยโอกาสแสวงหากำไรจากโครงการดังกล่าว ไม่ควรออกสื่อมากจนเกินงาม ควรออกสื่อแต่พอดี ที่สำคัญควรให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการส่งมอบเงินดังกล่าวให้กับองค์กรการกุศล ซึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของประชาชน ที่ประชาชนให้ความนับถือในความดีของเขาเป็นต้น ควรทำกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำครั้งเดียวเลิกจะเป็นการส่อเจตนาแห่งผลประโยชน์ จงจำไว้ว่า ความสำคัญอันสูงสุดของการตลาดแบบอิงการกุศลทำให้บริษัทดูมีมนุษยธรรม เป็นบริษัทแห่งการให้และแบ่งปัน และอาจทำให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคเกิดการพัฒนาความสัมพันธ์ยึดติดกับบริษัทอย่างเหนียวแน่น ซึ่งจะมากกว่าการซื้อขายสินค้าแบบธรรมดาทั่วไปในท้องตลาด

ที่สำคัญการตลาดแบบการกุศล องค์กรควรมีความร่วมมือและสนับสนุนองค์กรเพื่อการช่วยเหลือสังคมเด่นๆ ไม่ควรเกิน 2 หน่วยงาน และหน่วยงานที่มีรากฐาน และเป้าหมายคล้ายๆ กับองค์กร เช่น บริษัทที่ผลิตอาหารส่งออก อาจจะร่วมมือกับองค์เพื่อผู้หิวโหย ช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนอาหารเป็นต้น เหตุที่องค์กรควรร่วมมือกับองค์กรการกุศลไม่เกิน 2 หน่วยงานเพราะว่าอาจจะเกิดความสับสนกับผู้บริโภคและลูกค้า อีกทั้งเป็นการ Focus ให้ชัดเจน สามารถทำกิจกรรมการกุศลได้อย่างเต็มที่กับองค์กรนั้น อีกทั้งทำให้การประสานงานระหว่างองค์กรกับ หน่วยงานการกุศลมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเป็นการประหยัดทรัพยากรบุคคลในการประสานงาน

ดังนั้นสรุปว่า การตลาดทางการกุศล สำหรับในปัจจุบันซึ่งเป็นการตลาดยุคใหม่แห่งการให้นี้ ทุกๆ องค์กรควรมีการจัดทำกิจกรรมการตลาดนี้ เพราะ สังคมทำให้องค์กรอยู่ได้ และสังคมก็รอโอกาสการช่วยเหลือจากคุณอยู่ ซึ่งเป็นการตลาดต่างตอบแทนที่มีประสิทธิภาพ และตรงตามหลักมนุษยธรรมมากที่สุด ที่สำคัญอย่างนำการตลาดแบบนี้มาเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ เพราะจะทำให้องค์กรของคุณกู่ไม่กลับ และอาจเกิดไม่ได้อีกเลยในการตลาดยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดนนี้

 

ทำไมธุรกิจจึงต้องจัดกิจกรรมเพื่อการกุศลและสังคมบ้าง

Posted by admin on September 11th, 2014 — Posted in อินเตอร์เน็ต

อย่างไรก็ตามมนุษย์ก็ยังคงจะดำเนินการต่อไปด้วยความมั่นคงทางจิตใจ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องราวในการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการทำธุรกิจ การทำสิ่งต่าง ๆ และทุก ๆ อย่่างในที่นี้นั้น จะรวมกันอยู่เรื่องเดียวก็คือเรื่องของ “สังคม” นั่นเอง และหากธุรกิจไม่ได้ทำการคิดถึงการทำอะไรเพื่อสังคมเลย ก็อาจจะเป็นการฆ่าตัวเองให้ตายในสมรภูมิการตลาดเลยก็ยังว่าได้นั่นเองครับ

ทำไมธุรกิจจึงต้องจัดกิจกรรมเพื่อการกุศลและสังคมบ้าง

สำหรับกิจกรรมเพื่อการกุศลนั้น มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากมองผิวเผินเราอาจจะเสียซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียกว่ากำลังทรัพย์ ในการจัดทำ ฟื้่นฟู และช่วยเหลือสังคมไม่ว่าจะด้านต่าง ๆ อาจจะเป็นการร่วมกิจกรรมก็ยังว่าได้ เพราะโดยแท้แล้วสิ่งเหล่านี้นี่เองคือความจริงของชีวิตของเรานั่นเองครับ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนยังมองไม่ออกระหว่างสิ่งที่เสียไป และสิ่งที่ได้มานั้น เป็นอย่างไรกันบ้าง ก็แนะนำให้ลองมองดูดี ๆ ครับ

สิ่งที่เราเสียไปในการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลเหล่านี้อาจจะเป็นในรูปแบบ ของกำลังเงินก็จริง ๆแต่จริง ๆ แล้วนั้น เราสามารถใช้แบรนด์สินค้า ตราสินค้าต่าง ๆ ของเรานั้น สร้างให้เป็นที่จดจำของผู้คนได้อย่างซาบซึ้งและมากมายอย่่างแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่าการที่ลูกค้าได้จำจำชื่อแบรนด์ธุรกิจของเราแล้ว โอกาสในการกลับมาซื้อสินค้าจากเรานั้น ก็ย่อมมีความเป็นไปได้ แม้อาจจะได้ช้า แต่ยังคงสามารถเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจในสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกทั้งกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคมนั้น ก็ช่วยสร้างภาพลักษณ์ได้เป็นอย่างดี

สำหรับตอนนี้นั้น เราก็อาจะสังเกตได้ว่า การกระทำในรูปแบบนี้ของธุรกิจมีจำนวนมากขึ้น อนึ่งก็เป็นเรื่องของการจรรโลงสังคมด้วย อีกทั้งยังสามารถช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ นั้น สามารก้าวไกล และมีความเจริญได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วยนั่นเองครับ ดังนั้นหากเพื่อน ๆ ทำธุรกิจ ก็อย่าลืมกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมสังคมกันด้วยนะครับ

การประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดให้ประชาชนมีส่วนร่วมสนับสนุนในกิจกรรมองค์การสาธารณกุศล

Posted by admin on September 10th, 2014 — Posted in อินเตอร์เน็ต

ในปัจจุบันจำนวนประชากรได้เพิ่มมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจ และสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนที่ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนในเรื่องต่างๆได้เพิ่มมากขึ้น เช่น คนยากจน คนอนาถา คนพิการ คนว่างงาน ปัญหาสังคมจึงเพิ่มมากขึ้น และมีความรุนแรงยิ่งขึ้น เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาครอบครัว ปัญหาความเสื่อมโทรมทางด้านศีลธรรม และจิตใจ ลำพังรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐแต่ฝ่ายเดียวย่อมไม่สามารถที่จะให้การ สงเคราะห์ และสวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง ส่วนการแก้ไขปัญหาสังคมต่างๆให้บรรเทาลง และพัฒนาสังคมให้ไปสู่ความเจริญมั่นคงตามเป้าหมายที่ต้องการนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์การเอกชนโดยเฉพาะสมาคม และมูลนิธิ

หน่วยงานที่ดำเนินการโดยมิได้แสวงหากำไร

แต่เป็นหน่วยงานที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคม เป็นองค์การที่ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล จึงต้องอาศัยเงินบริจาคจากประชาชน องค์การทางธุรกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆ ในสังคม ดังนั้นองค์การสาธารณกุศลเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์เพื่อดึง ดูดให้ประชาชนมีความสนใจและมีส่วนร่วมสนับสนุนในกิจกรรมขององค์การ โดยองค์การสาธารณกุศลจะอยู่ในรูปแบบของ สมาคม มูลนิธิและองค์การสาธารณกุศล หรือสถาบันศาสนาต่างๆ และต้องอาศัยการสนับสนุนทางการเงินจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเพื่อความอยู่ รอดขององค์การ โดยองค์การเหล่านี้จะมีเป้าหมายและบริการแก่สังคมที่แตกต่างกันไป

การสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหา ความทุกข์ยากเดือดร้อน เช่น การสงเคราะห์ครอบครัวที่ยากจน ผู้ประสบสาธารณภัย คนพิการ ผู้เป็นหนี้สิน ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือเดือดร้อนทางกฎหมาย โดยมีหลักการให้ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน สามารถช่วยเหลือ และพึ่งตนเองได้ในที่สุด ในการให้การสงเคราะห์จะต้องคำนึงถึงจิตใจของผู้รับการสงเคราะห์ด้วย

การรณรงค์หาทุนขององค์การสาธารณกุศล

– ชี้แจงสาเหตุ ความจำเป็น และวัตถุประสงค์ในการหาทุนให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและให้การสนับสนุนจากประชาชน
– ต้องมีการศึกษาข้อมูลและวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ และกระทำการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
– เริ่มต้นจากเรื่องกว้างไปสู่เรื่องเฉพาะ เพื่อเป็นการนำไปสู่เรื่องราวที่ต้องการสื่อได้ดี
– ใช้เครื่องมือหรือสื่อในการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม สามารถสื่อสารไปสู่สาธารณชนให้รับรู้และเข้าใจ
– ใช้เหตุผลและการกระตุ้นอารมณ์เพื่อให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมในเรื่องราวที่สื่อสาร
– มีการประเมินผลการประชาสัมพันธ์เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงาน